Skip to content

วิธีเลือกซื้อโฮมโปรเจคเตอร์

ปัจจุบันการสร้างความบันเทิงภายในบ้านด้วยการดูหนัง ดูซีรีส์ ดูกีฬา หรือแม้แต่การเล่นเกมถือเป็นวิถีชีวิตแนวใหม่ให้ตอบโจทย์กับยุคสมัย อุปกรณ์อย่าง “โฮมโปรเจคเตอร์” จึงเป็นอีกตัวเลือกใช้งานที่ถูกพูดถึงและมีการใช้งานกันเยอะมาก ทั้งการใช้โปรเจคเตอร์ดูหนังในห้องนอน และการใช้โปรเจคเตอร์ฉายผนัง อย่างไรก็ตาม การรู้วิธีเลือกซื้อให้เหมาะสมสำหรับใช้งานภายในบ้านจะช่วยให้ทุกการลงทุนของคุณคุ้มค่าพร้อมผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจสูงสุด วันนี้เราขอแนะนําโปรเจคเตอร์ดูหนังที่ให้ภาพคมชัด สวยงาม ในราคาย่อมเยาว์มาฝากกัน

สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อโฮมโปรเจคเตอร์

การเลือกซื้อจอโปรเจคเตอร์ดูหนังไม่ใช่จะดูแค่ยี่ห้อดังหรือรุ่นที่คนนิยมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีปัจจัยหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้เกิดความเหมาะสมกับการใช้งานในบ้านของตนเองมากที่สุด นี่จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาไว้เลย

1.ขนาดของห้องหรือพื้นที่ที่ต้องการใช้งาน

ปกติแล้วระยะห่างของตัวโปรเจคเตอร์กับจอโปรเจคเตอร์ดูหนังจะอยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5 เมตร กรณีเป็นห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ อาจเลือกโปรเจคเตอร์ฉายผนังขนาด 100 นิ้ว ในพื้นที่ไม่กี่เมตร (ระยะฉายสั้น) แต่ถ้าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ควรเลือกระยะฉายที่ไกลขึ้น เช่น ฉายภาพ 100 นิ้ว ในระยะห่าง 4 เมตร เป็นต้น เพราะภาพที่ได้จากโปรเจคเตอร์ฉายหนังหรือฉากโปรเจคเตอร์จะแปรผันไปตามขนาดของห้อง

2.ความสว่างของโฮมโปรเจคเตอร์

ในอดีตเวลาดูหนังจอใหญ่ ๆ พื้นที่โดยรอบต้องมืดสนิท แต่ปัจจุบันสามารถเลือกแบบที่ตนเองต้องการได้ถ้าดูในบ้าน เช่น ถ้าต้องการปิดมืดทึบ แทบไม่มีแสงเลยก็สามารถเลือกความสว่างของโฮมโปรเจคเตอร์ระดับ 2,000-2,400 ลูเมน แต่ถ้าโดยรอบมีแสงเข้ามาในระดับหนึ่ง ไม่ได้มืดก็เพิ่มความสว่างเป็น 3,000 ลูเมน ขึ้นไปได้ตามสะดวก

3.มีการเชื่อมต่อหลายแบบ

ด้วยทุกวันนี้อุปกรณ์เก็บข้อมูลหรือการสตรีมมิ่งต่าง ๆ มีหลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นมือถือ, แท็บเล็ต, โน้ตบุ๊ก, คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่แฟลชไดร์ฟ การเชื่อมต่อของแหล่งข้อมูลเหล่านี้กับโปรเจคเตอร์ดูหนังควรต้องหลากหลายไว้ก่อนเพื่อความครบถ้วน เช่น Display Port, HDMI, Component, VGA, USB หรือแม้แต่ Bluetooth

4.ระบบสีของโปรเจคเตอร์

ระบบสีของโปรเจคเตอร์จะให้อรรถรสที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่ถ้าให้แนะนำสำหรับโปรเจคเตอร์ฉายหนังควรเป็นระบบสี DLP เพราะภาพที่ออกมามีความละมุน แม้ Contrast สูง แต่ระดับความคมชัดมากกว่า แถมนี่ยังเป็นระบบเดียวกับที่ใช้งานในโรงหนังด้วย ราคาไม่แรงอย่างที่คิด คุ้มค่ากับเงินลงทุน

5.ความคมชัด

ค่า Contrast Raito หมายถึง อัตราส่วนของสีขาวกับสีดำ เช่น 5,000:1 คือ สีขาวมีค่า 5,000 สีดำค่าสว่าง 1 ซึ่งค่าที่ว่านี้จะช่วยให้การรับชมของคุณมีความคมชัดมากขึ้น หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าหลายรุ่นพยายามพัฒนาโฮมโปรเจคเตอร์ของตนเองด้วยการพัฒนาความละเอียดกันมากขึ้น ตั้งแต่ โปรเจคเตอร์ Full HD ไปจนถึง โปรเจคเตอร์ดูหนัง 4K ให้เลือกกันอย่างหลากหลาย

6.พกพาสะดวก

ไม่ใช่แค่เรื่องฟังก์ชัน ความคมชัด ความสว่าง แต่ถ้าหากเลือกรูปแบบโปรเจคเตอร์พกพาง่ายก็จะทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้นไปอีก เช่น การนำไปใช้ในห้องนั่งเล่นเวลามีเพื่อนมาบ้าน, พกพาไปต่างจังหวัด แถมรุ่นจำพวกนี้จะติดตั้งง่าย ระบบไม่ซับซ้อน ใช้งานสะดวกขั้นสุด

7.สเปคหรือฟังก์ชันอื่น ๆ

ท้ายที่สุดอย่าลืมพิจารณาสเปคและฟังก์ชันอื่น ๆ ของโปรเจคเตอร์ดูหนังด้วยว่าตอบโจทย์มากแค่ไหน เช่น ความสามารถในการฉายภาพจากมุมเอียง, การทำงานเงียบ ไร้เสียงรบกวน, โหมดเซฟพลังงาน เพิ่มความสนุกในการรับชมให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้คือวิธีเลือกซื้อโฮมโปรเจคเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้ได้ของมีคุณภาพ ใช้งานคุ้มค่า สร้างความบันเทิงเริงใจสำหรับทุกคนไม่ว่าในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือการไปยังสถานที่ต่าง ๆ นำเอาหลักทั้งหมดที่แนะนำโปรเจคเตอร์ดูหนังเหล่านี้ไปเป็นส่วนหนึ่งก่อนการตัดสินใจซื้อได้ตามสะดวกเลย