Skip to content

รวมรีวิวโปรเจคเตอร์

โปรเจคเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการนำเสนองาน หรือการใช้สำหรับฉายภาพและวิดีโอบนหน้าจอ เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมที่ดีให้กับคุณ และเพื่อให้ได้โปรเจคเตอร์ที่ดี เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างได้อย่างดีที่สุด คุณจำเป็นต้องรู้ว่าควรมองหาสิ่งใด และควรมองหาคุณสมบัติใดบ้างในโปรเจคเตอร์สักตัว “ร้านโปรเจคโปร” ได้รวบรวมรีวิวโปรเจคเตอร์ทุกรุ่น ทุกตัว ไว้อย่างละเอียดให้คุณครบ จบในที่เดียว!

รีวิวโปรเจคเตอร์ ผู้ซื้อควรพิจารณาเรื่องใดบ้าง?

การเลือกซื้อโปรเจคเตอร์สักตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากในท้องตลาดมีจัดจำหน่ายหลายรุ่น หลายยี่ห้อเต็มไปหมด ทำให้มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อโปรเจคเตอร์ ควรพิจารณาและศึกษาข้อมูลในเรื่อง ดังต่อไปนี้

1. รีวิวโปรเจคเตอร์โดยผู้เชี่ยวชาญ

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาเมื่อซื้อโปรเจคเตอร์ คือ การดูข้อมูลหรือรับฟังคุณสมบัติสินค้า จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเท่านั้น อย่างที่ทราบดีว่าสเปคของโปรเจคเตอร์นั้นมีให้เลือกมากมาย แต่จะให้มานั่งศึกษาทุกรุ่นก็จะเป็นการเสียเวลา เพียงแค่คุณเลือกดูรีวิวโปรเจคเตอร์โดยผู้เชี่ยวชาญจากร้านโปรเจคโปรของเรา ก็จะสามารถตอบคำถามที่คุณสงสัย และช่วยให้คุณเลือกซื้อสินค้าที่ตรงกับการใช้งานของคุณได้อย่างแน่นอน

2. ความสว่างของโปรเจคเตอร์

การศึกษาค่า ANSI Lumens หรือ หน่วยวัดแสงสว่าง เป็นการวัดค่ามาตรฐานของแสงหน้าจอโปรเจคเตอร์ที่ปล่อยออกมาในขณะกำลังแสดงภาพ ยิ่งมีค่าตัวเลขสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถสู้แสงได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งต้องคำนึงถึงค่า ANSI Lumens ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น การใช้งานในห้องเรียน หรือห้องอาคารนั้น ความสว่างของจอที่ 3200 ANSI Lumens ก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากใช้ในพื้นที่เปิดกว้าง เช่น ฉายลงบนผนัง หรือสนามขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีความสว่างมากกว่า 10,000 ANSI Lumens ขึ้นไป เป็นต้น

3. ความละเอียด

อีกสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อซื้อโปรเจคเตอร์ นั่นคือเรื่องของความละเอียดของหน้าจอ ยิ่งความละเอียดภาพสูงเท่าไหร่ ภาพของคุณเมื่อฉายก็จะยิ่งชัดเจน และคมชัดขึ้นบนหน้าจอ เนื่องจากความคมชัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรับชม ไม่ว่าจะเป็น เพื่อความบันเทิง อย่าง การดูหนัง หรือการนำเสนองานในการประชุม โดยเฉพาะสายงานด้าน กราฟฟิค หรืองานด้านตัวเลข การทำให้ภาพที่แสดงมีความละเอียด และมีสีที่คมชัดไม่ผิดเพี้ยนเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสำหรับชื่อค่าความละเอียดของภาพในปัจจุบัน มีชื่อที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความละเอียดของพิกเซลที่เกิดขึ้นต่อ 1 ภาพ เช่น ค่า XGA มีความละเอียดภาพอยู่ที่ 1024×768 pixels จะให้ภาพที่คมชัดในราคาที่ไม่สูงมากนัก ใช้ได้ในการประชุมสำนักงาน หรือราชการ เป็นต้น

4. คอนทราสต์

ค่าคอนทราสต์ หรือค่าอัตราส่วนในการตัดกันของสีขาว และสีดำเมื่อฉายภาพ ยิ่งมีค่ามากแสดงถึงการมีค่าสีดำที่เข้มสูง ก็จะสามารถไล่สีได้เนียนขึ้น ทำให้ได้ภาพที่มีสีที่สด สวย ไม่ผิดเพี้ยน ยกตัวอย่างเช่น ค่าคอนทราสต์ 10000:1 จะให้สีที่สวยมากกว่า 1000:1 เป็นต้น

5. อายุหลอดภาพ

ต่อมาคือปัจจัยในเรื่องของการใช้งาน ว่าใช้บ่อยแค่ไหน เนื่องจากโปรเจคเตอร์นั้นมีอายุหลอดภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอายุหลอดภาพ หรือที่มีอีกชื่อว่า Lamp Hour จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดแสง ดังนี้

    • หลอดภาพแบบ LED มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 ชั่วโมง 
    • หลอดภาพแบบ Laser มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 ชั่วโมง 
    • หลอดภาพแบบ Lamp มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 ชั่วโมง

6. การเชื่อมต่อ

ช่องเชื่อมต่อสัญญาณของโปรเจคเตอร์แต่ละรุ่นนั้นไม่เหมือนกัน ทำให้คุณต้องตรวจเช็คดูให้ดีก่อนว่าอุปกรณ์ที่คุณมีนั้นมี input หรือ Output แบบใด เพื่อเลือกโปรเจคเตอร์ให้สามารถรองรับการเชื่อมต่อสัญญาณได้ตรงกับอุปกรณ์

7. ดีไซน์ของโปรเจคเตอร์

โปรเจคเตอร์นั้นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของความสวยงาม น้ำหนักตัวเครื่อง เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และเพื่อรองรับการใช้งานที่เหมาะสมตามแต่ละสถานที่ หากมีพื้นที่จำกัด การเลือกดีไซน์ของโปรเจคเตอร์ที่มีน้ำหนักเบา สามารถแขวนได้ ก็จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่า เป็นต้น

8. การรับประกัน

ที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์สักตัว คือการรับประกัน ทั้งในเรื่องของคุณภาพ และการบริการหลังการขายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากโปรเจคเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาสูง การเลือกแหล่งจัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ มีรีวิวโปรเจคเตอร์ของลูกค้าให้เห็นถึงการรับประกัน การติดตั้ง และบริการอื่น ๆ หลังการขาย ก็จะเป็นตัวเลือกในการซื้อโปรเจคเตอร์ที่คุ้มค่าให้กับตัวคุณเอง